เตือน! ยานอนหลับใหม่ “ฟีนาซีแพม” ออกฤทธิ์ยาวนานกว่า 60 ชั่วโมง

ฟีนาซีแพม
กรมวิทย์ฯ ตรวจพบ “ฟีนาซีแพม” ยานอนหลับชนิดใหม่ ในของกลางที่จับได้ที่สงขลา เกือบ 3 พันเม็ด ออกฤทธิ์นานกว่า 60 ชม. ทำให้ง่วง ซึม มึนงง สูญเสียการทรงตัว ความทรงจำ อันตรายถึงตายหากกินร่วมกับแอลกอฮอล์ หรือสารกดประสาท ในสหรัฐใช้เป็นส่วนหนึ่งของสารเสพติด ขณะที่ อย.เตรียมประกาศยกระดับ “อัลปราโซแลม” เป็นวัตถุออกฤทธิ์จากประเภท 4 เป็นประเภท 2 หลังมีคนใช้ไปมอมหญิง จนเป็นที่รู้กันในหมู่นักเที่ยวว่าเป็น “ยาเสียสาว”

นพ.นิพนธ์ โพธิพัฒนชัย อธิบดีกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กล่าวว่า เมื่อเร็วๆ นี้ สถานีตำรวจภูธรหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา ได้จับกุมการลักลอบนำเข้ายานอนหลับชนิดใหม่ทางภาคใต้ จึงได้ส่งของกลางจำนวน 2,940 เม็ด ที่บรรจุอยู่ในแผงพลาสติกสีแดง-อะลูมิเนียม ด้านหนึ่งมีสัญลักษณ์ และตัวเลข 028 ด้านบนแผงมีข้อความตัวอักษรระบุ “Erimin 5″ มาให้ศูนย์วิทยาศาสตร์การแพทย์ที่ 12 สงขลา ทำการตรวจวิเคราะห์ทางห้องปฏิบัติการสำนักยาและวัตถุเสพติด กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ พบฟีนาซีแพม (Phenazepam หรือ Fenazepam) ซึ่งเป็นยานอนหลับในกลุ่มเบนโซไดอะซีปีนส์ (Benzodiazepines) และมีฤทธิ์แรงกว่าไดอาซีแพมถึง 10 เท่า

นพ.นิพนธิ์กล่าวว่า “ฟีนาซีแพม” เป็นยารักษาโรคระบบประสาท และโรคลมชัก แต่จะใช้ในปริมาณ 1-1.5 มิลลิกรัม (มก.) ต่อวัน และไม่เกิน 10 มก.ต่อวัน เพราะสารดังกล่าวจะออกฤทธิ์ยาวนานกว่า 60 ชั่วโมง โดยทำให้เกิดอาการง่วง ซึม มึนงง สับสน สูญเสียการทรงตัวและสูญเสียความทรงจำ และถ้าใช้ร่วมกับแอลกอฮอล์หรือสารที่มีฤทธิ์กดประสาทส่วนกลาง เช่น ยาแก้ปวดกลุ่มโอปิเอตส์ หรือยานอนหลับอื่นๆ อาจจะทำให้เสียชีวิตได้

นพ.นิพนธ์กล่าวต่อว่า ในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมาพบการนำฟีนาซีแพมไปใช้ในทางที่ผิด โดยกลุ่มผู้เสพนิยมเรียกยานี้ว่า เฟนนี่, พี, บอนไซ, บอนไซ ซูเปอร์สลีพ และ 7 โบรโม โดยที่ผ่านมาในสหรัฐอเมริกามีรายงานพบผู้เสพยาชนิดนี้เสียชีวิตจากการได้รับ ยาเกินขนาด และจากการตรวจพิสูจน์ตัวอย่างของกลางอีริมิน 5 ไม่พบไนเมตาซีแพม แต่ตรวจพบฟีนาซีแพม จึงสันนิษฐานว่าอาจมีการนำฟีนาซีแพมมาผลิตเป็นยาอีริมิน 5 ทดแทนไนเมตาซีแพม เพื่อหลีกเลี่ยงกฎหมาย เนื่องจากฟีนาซีแพมยังไม่ได้จัดเป็นสารควบคุมในประเทศไทย รวมทั้งในอนุสัญญาสหประชาชาติ สหรัฐอเมริกา และอีกหลายประเทศในทวีปยุโรป ดังนั้นจะเฝ้าระวังและแจ้งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อเป็นข้อมูลประกอบการ กำหนดมาตรการทางกฎหมาย เพื่อควบคุมการแพร่ระบาดของสารนี้ต่อไป เพราะหากไม่บรรจุในแผงของกลางอีริมิน 5 แต่นำเข้ามาเป็นเม็ดหรือผงจะไม่สามารถเอาผิดได้เลย

นพ.บุญชัย สมบูรณ์สุข เลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) กล่าวว่า อีริมิน 5 เป็นยาที่ผลิตโดยบริษัท ซูมิโมโตฟาร์มาซูติคอล (Sumimoto Pharmaceuticals) ประเทศญี่ปุ่น ประกอบด้วยตัวยาสำคัญชื่อไนเมตาซีแพม ขนาดยา 5 มก. เป็นยานอนหลับในกลุ่มเบนโซไดอะซีปีนส์ มีการอนุญาตให้ใช้ภายใต้การควบคุมของแพทย์ในประเทศสิงคโปร์ ฮ่องกง และออสเตรเลีย โดยเป็นสารควบคุม สำหรับประเทศไทยตัวยาดังกล่าวจัดเป็นวัตถุออกฤทธิ์ในประเภท 2 ตามพระราชบัญญัติวัตถุออกฤทธิ์ต่อจิตและประสาท พ.ศ.2518 แต่ยานี้ไม่มีการอนุมัติทะเบียนตำรับในประเทศไทย

ฉะนั้นยาที่ถูกจับได้จึงเป็นยาที่ลักลอบนำเข้ามาจากประเทศอื่น และมีการนำไปใช้ในทางที่ผิดในบริเวณภาคใต้ของประเทศไทย ซึ่งนิยมเรียกยานี้ในชื่อ ไฟว์-ไฟว์ (five-five) หรือแฮปปี้ 5 (Happy 5) ดังนั้นยาดังกล่าวที่ตรวจพบสารสำคัญไม่ตรงตามที่ระบุไว้ จึงเข้าลักษณะของวัตถุออกฤทธิ์ปลอม ซึ่งผู้ขายมีโทษจำคุกตั้งแต่ 1-10 ปี และปรับตั้งแต่ 20,000-200,000 บาท ส่วนผู้ผลิตหรือผู้นำเข้ามีโทษจำคุกตั้งแต่ 5-15 ปี และปรับตั้งแต่ 100,000-300,000 บาท

“อย.จะมีการนำเรื่องนี้เข้าสู่ที่ประชุมคณะกรรมการวัตถุที่ออกฤทธิ์ต่อจิต และประสาทในปลายเดือน ม.ค.นี้ เพื่อพิจารณาเห็นชอบให้ฟีนาซีแพมเป็นวัตถุออกฤทธิ์ประเภท 2 คาดว่าในเดือน ก.พ.ทุกอย่างคงเรียบร้อย และเสนอให้ รมว.สาธารณสุขลงนามประกาศต่อไป” เลขาธิการ อย.กล่าว

นพ.บุญชัยกล่าวต่อว่า ผู้บริโภคที่จำเป็นต้องใช้วัตถุที่ออกฤทธิ์ต่อจิตและประสาท เพื่อความปลอดภัยในการใช้ยาไม่ควรหาซื้อวัตถุออกฤทธิ์มาใช้เอง การใช้วัตถุออกฤทธิ์ทุกประเภทต้องได้รับการตรวจวินิจฉัยและสั่งจ่ายจากแพทย์ กรณีที่จำเป็นต้องซื้อวัตถุออกฤทธิ์ในประเภท 3 หรือประเภท 4 เช่น ไดอะซีแพม โลราซีแพม และคลอราซีเพท จากร้านขายยาต้องซื้อจากร้านที่ได้รับใบอนุญาตขายวัตถุออกฤทธิ์ในประเภท 3 หรือประเภท 4 ซึ่งจะมีป้ายแสดงอย่างชัดเจนว่าเป็น “สถานที่ขายวัตถุออกฤทธิ์” พร้อมทั้งมีใบสั่งจ่ายวัตถุออกฤทธิ์จากแพทย์ โดยมีเภสัชกรเป็นผู้ส่งมอบวัตถุออกฤทธิ์ดังกล่าวตามคำสั่งของแพทย์ พร้อมให้คำแนะนำเกี่ยวกับการใช้วัตถุออกฤทธิ์ที่ปลอดภัยตามหลักวิชาการตาม สมควร

เลขาธิการ อย.กล่าวอีกว่า รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) ยังได้ลงนามในประกาศ สธ. เรื่องเปลี่ยนแปลงประเภทวัตถุออกฤทธิ์ (ฉบับที่ 2) พ.ศ.2555 ให้อัลปราโซแลม ซึ่งเป็นวัตถุออกฤทธิ์ในประเภท 4 เป็นวัตถุออกฤทธิ์ประเภท 2 เนื่องจากมีการนำไปใช้ผิดวัตถุประสงค์ มีการนำไปมอมสาว หรือที่เรียกกันว่ายาเสียสาว ก็ยาตัวนี้ที่เป็นข่าวอยู่บ่อยๆ ดังนั้นการยกระดับให้เป็นวัตถุออกฤทธิ์ในประเภท 2 น่าจะทำให้การเข้าถึงยาได้ยากขึ้น เพราะต้องให้แพทย์สั่ง

ด้าน ภก.ประพนธ์ อางตระกูล ผอ.กองควบคุมวัตถุเสพติด อย. กล่าวว่า ประกาศ สธ.ยกระดับอัลปราโซแลมเป็นวัตถุออกฤทธิ์ในประเภท 2 ได้ประกาศในราชกิจจานุเบกษาแล้ว โดยจะมีผลบังคับใช้ในวันที่ 17 มิ.ย.นี้ ดังนั้นต่อไปร้านขายยาที่มีใบอนุญาตขายวัตถุออกฤทธิ์ในประเภท 3 และ 4 จะไม่สามารถจำหน่ายได้อีกต่อไป ส่วนคลินิกที่ไม่ประสงค์ครอบครองสามารถทยอยส่งคืนยาต่อบริษัทยาได้นับ ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป

“เดิมอัลปราโซแลมจะใช้รักษาอาการวิตกกังวล และช่วยให้นอนหลับ สาเหตุที่มีการควบคุม เพราะมีการนำไปใช้ในทางที่ผิด เช่น มอมสาว มอมเหยื่อ การใช้อัลปราโซแลมในปริมาณมากอาจทำให้ตายได้ นอกจากนี้ยังพบว่าในปี 2554-2555 มีคดีเกี่ยวกับอัลปราโซแลม 400-500 คดี โดยมีการส่งของกลางมาเก็บไว้ที่ อย.จำนวนมาก ขณะเดียวกันก็พบว่ามีผู้เสียชีวิตเป็นข่าวติดต่อกัน 3-4 ราย อย่างกรณีฝรั่ง 2 คนเสียชีวิตที่พัทยา พบขวดอัลปราโซแลม และกรณีเจ้าหน้าที่ตำรวจเสียชีวิตจากการถูกมอมยา” ภก.ประพนธ์กล่าว.

แหล่งข่าว/เครดิตภาพประกอบข่าว  http://www.thaipost.net






Related News

  • “แว่นตาอัจฉริยะกูเกิล” อาจจะละเมิดความเป็นส่วนตัวของคน
  • พริตตี้สาวชอบโชว์ โร่ขอโทษตำรวจ หลังโพสต์ภาพเป่าแล้วไม่โดนจับ
  • อาหารจากกล่องโฟม น่ากลัวกว่าที่คิด!
  • ตะลึง !!ไส้เดือนยักษ์ตัวใหญ่ที่สุดในโลก
  • ข้อห้ามวันตรุษจีน 12 สิ่งที่ไม่ควรทำ!
  • เพิ่มพลังสมองด้วย 6 กลิ่นหอม
  • เยอรมนีพบสารต้องห้ามในกาแฟลดความอ้วนจากไทย เตือนพบอีกคุมเข้มนำเข้า
  • เตือน! ยานอนหลับใหม่ “ฟีนาซีแพม” ออกฤทธิ์ยาวนานกว่า 60 ชั่วโมง
  • Leave a Reply

    Your email address will not be published. Required fields are marked as *

    *